a
มาเต็มๆ ดูให้เต็มจอ!
หน้าแรกข่าวทั่วไป2 พรรค ค.บอกทหารว่าปรองดอง คือ…คืนประชาธิปไตยโดยเร็ว -กำหนดวันเลือกตั้ง

2 พรรค ค.บอกทหารว่าปรองดอง คือ…คืนประชาธิปไตยโดยเร็ว -กำหนดวันเลือกตั้ง

2 พรรค ค.บอกทหารว่าปรองดอง คือ…คืนประชาธิปไตยโดยเร็ว -กำหนดวันเลือกตั้ง

 

 

พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง  ใน ป.ย.ป.ชุดใหญ่ “คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง”   ได้พบปะและรับฟังความคิดเห็นเพื่อการปรองดองกับตัวแทนของ 3 พรรคการเมืองชุดแรกที่ชื่อนำหน้าด้วย ค.ควาย  เมื่อตอนเช้าวันที่ 14 ก.พ.2560 ที่อาคารกระทรวงกลาโหม สนามหลวง

1.พรรคความหวังใหม

2.พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย

3.พรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย

 

ได้รับสนใจจากสื่อมวลชนมารอทำข่าวจำนวนมาก  เนื่องจากเป็นกลุ่มแรกในยุทธการปรองดองตามแนวคิดของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม

 

เมื่อการพูดคุยจบลง  พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์  แถลงแก่ผู้สื่อข่าวว่า

 

“การหารือในวันนี้มี 10 ประเด็นหลัก  ส่วนการแถลงข่าวภายหลังการพูดคุยกับพรรคการเมืองนั้น จะมีการแถลงข่าวทุกวันพุธและวันศุกร์ โดยจะสรุปเป็นกรอบกว้างๆของการพูดคุย ไม่ลงลึกในรายละเอียดทั้งหมด  การพูดคุยแต่ละครั้งจะมีการเปิดรายชื่อของพรรคการเมืองที่ส่งตัวแทนมาร่วมพูดคุย โดยจะมีการรวบรวมข้อมูลให้ครอบคลุมทุกประเด็น ในส่วนพรรคการเมือง  ไม่ได้ห้ามพรรคการเมืองให้ข่าวแก่สื่อมวลชนหลังพูดคุย เพียงแต่ว่าการให้ข่าวออกไปก่อนก็ไม่รู้จะดีหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้ห้าม ผมคิดว่าควรรอข้อมูลที่สมบูรณ์ก่อนจะดีกว่า  การที่ไม่แถลงข่าวทุกครั้งภายหลังการหารือ ยืนยันว่าเราไม่ได้มุบมิบกับพรรคการเมือง  เพราะกระบวนการปรองดองเป็นของประชาชนทุกคน  เราส่งหนังสือเชิญไปทุกพรรคการเมือง   และพยายามเร่งดำเนินการ ถ้าพรรคการเมืองใดพร้อมก็สามารถเข้ามาหารือได้  ยืนยันว่าเชิญทุกพรรคการเมือง  ก็มีพรรคการเมืองตอบรับมาเป็นจำนวนมาก”

 

นายชิงชัย มงคลธรรม หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ ให้สัมภาษณ์รักข่าวหลังออกมาจากห้องพูดคุยว่า การปรองดองคือต้องให้เป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว และต้องสร้างความสามัคคีในชาติให้ได้ด้วยการนำประชาธิปไตยมาเป็นตัวสร้าง หากเป็นเผด็จการ ก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ต้องคืนอำนาจอย่างรู้และเข้าใจ ย้ำว่าการนิรโทษกรรมไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาแต่เป็นการกระทำความผิดของเฉพาะคนและเฉพาะกลุ่ม อีกทั้งความผิดทางอาญาก็ไม่สามารถนิรโทษกรรมได้ ยืนยันว่าบรรยากาศการหารือในวันนี้เป็นไปด้วยดี ทางฝ่ายทหารก็เข้าใจและพร้อมรับฟัง

นายธนพร ศรียากูล หัวหน้าพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย กล่าวแก่นักข่าวว่า ได้เสนอว่า  การหารือไม่ควรเป็นเรื่องของนักการเมืองหรือแกนนำ เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากที่เดือดร้อน และอยากสะท้อนปัญหามาถึงรัฐบาล ทั้งนี้ ตนได้เสนอให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองมากกว่า 5 คนขึ้นไป และเสนอให้เปิดเวทีในระดับจังหวัด ซึ่งเวทีดังกล่าว ขอให้ยกเลิกการเชิญคนมาร่วม แต่เปิดให้เป็นการลงทะเบียนเข้ามาโดยสมัครใจ ให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ และรวบรวมความเห็นทั้งหมดกลับมาให้พรรคการเมืองจัดทำเป็นนโยบายการเลือกตั้งครั้งต่อไป หากพรรคใดที่ยอมรับ ขอให้ทำเป็นข้อตกลง และรวมถึงต้องกำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจน เพื่อจะทราบว่าอนาคตจะเดินไปในทิศทางใด ส่วนตัวไม่ค่อยเชื่อมั่นใจการพูดคุยเช่นนี้ เพราะไม่แตกต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมา ที่เชิญตัวแทนมาให้ข้อมูลแต่ไม่ได้เกิดผลใดๆ

 

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี แถลงแก่ผู้สื่อข่าวที่ห้องโถงตึกบํฐชาการ 1 หลังเสร็จจากประชุมครม.แล้วว่า

 

“ขออย่ากังวลกันมาก เพราะผลงานทั้งหมดก็ต้องออกมาสู่รัฐบาล ครม.และคสช.อยู่แล้ว เป็นการรับฟังความคิดเห็นจากภายนอกหลายฝ่าย   ที่ให้ความเห็นกับทั้ง 4 คณะ จึงคาดว่าจะมีข้อสรุปออกมามากมาย สิ่งสำคัญคือต้องลงรายละเอียดว่าที่พูดคุยกันจะทำอย่างไร  ที่ผ่านมารัฐบาลทำไปแล้วในหลายประเด็น และมีปัญหาซ้ำซ้อนในหลายปัญหา จึงขออย่ารู้อะไรเพียงลอยๆ ไม่เช่นนั้นผมก็ตอบได้เพียงลอยๆ ดังนั้นขอคนที่วิจารณ์ต้องรู้ให้ลึกและคิดไปพร้อมกับผม ช่วยผมในการปฏิรูป เพราะสิ่งเหล่านั้นมีผลกระทบกับทุกคน วันหน้าใครจะมาเป็นรัฐบาลไม่มีใครรู้  อยากให้ใช้โอกาสนี้ในการรับฟังข้อสรุปของแต่ละคณะ โดยเฉพาะคณะกรรมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่สื่อนำเสนออยู่มีแต่ความขัดแย้งและนิรโทษกรรม   ยืนยันว่าไม่เคยพูดถึงการนิรโทษกรรม ส่วนที่บอกว่ามีการเกี้ยเซี๊ยะนั้นเป็นวิพากษณ์วิจารณ์กันไปเรื่อย การที่ฝ่ายการเมืองบอกว่าถ้าไม่พูดถึงนิรโทษก็ไม่สามารถปรองดองได้ ขอให้คิดกันเอาเองว่าจะอยู่ข้างใคร หากอยู่ข้างคนที่คิดแบบนั้นผมก็จนใจ เมืองไทยก็อยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆจนไม่มีประเทศอยู่  ผมเองปากตรงกับใจ ไม่เคยโกหก  ถามว่าประชาธิปไตยที่ไร้กรอบ ไร้วินัย เป็นประชาธิปไตยหรือไม่  ดังนั้นขอสื่ออย่าเป็นปากเสียงให้กับคนที่ไม่หวังดีกับบ้านเมือง หากทำได้ก็ไม่ต้องคิดกฏหมายควบคุม หากคุมกันเองแล้วคุมไม่ได้ มีปัญหาขึ้นมารัฐบาลก็รับผิดชอบ วันหน้าก็ไล่รัฐบาลทหารก็ออกมาควบคุมอำนาจ วนอยู่แค่นี้ประเทศไทย  ไม่ต้องจับทหารมาทำสัญญา แต่ขอให้ทำสัญญากับตัวเองและประชาชนให้ได้ ว่า   จะไม่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย วันนี้ยืนยันว่าไม่มีใครอยากทำ มันเสี่ยงอันตรายหากไม่สำเร็จก็เดือดร้อนกัน ผมถามว่าจะเป็นอนาธิปไตยหรือไม่ การปรองดองไม่ใช่นิรโทษแต่เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ขอให้ไปแก้สาเหตุไม่ใช่แก้ปลายเหตุ ที่ทหารต้องมาปฏิวัติทุกวันนี้เกิดจากอะไร  ขอให้ไปแก้ตรงนั้นให้เกิดการปรองดองทุกมิติที่ต้นเหตุ คือกระบวนการประชาธิปไตยที่มีปัญหา ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม การศึกษาที่ไม่มีหลักคิด”

 

…………………………………………………………..

Mahtem.com  14 ก.พ.2560

 

 

 

แชร์ให้:
ให้เรทติ้ง
ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณ

Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com