a
มาเต็มๆ ดูให้เต็มจอ!
หน้าแรกข่าวบันเทิงโซเชียล ฮอทไขความจริง!! ครูอ้อย เข็มทิศฯ ใช้หลักการนี้สยบจิตผู้เข้าร่วมฟัง

ไขความจริง!! ครูอ้อย เข็มทิศฯ ใช้หลักการนี้สยบจิตผู้เข้าร่วมฟัง

ไขความจริง!! ครูอ้อย เข็มทิศฯ ใช้หลักการนี้สยบจิตผู้เข้าร่วมฟัง

กำลังเป็นประเด็นร้อนของสังคมกับเรื่องราวของ ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหูเกี่ยวกับวิธีการที่ครูอ้อยใช้ในการอบรมลูกศิษย์ที่เข้าไปฟังตนพูด ซึ่งจริงๆ แล้ววิธีนี้มีที่มาที่ไปที่ค่อนข้างมีเหตุผลในตัวมันอยู่แล้ว อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังมีนักจิตวิทยาชาวยุโรปเคยศึกษาไว้อย่างชัดเจน วันนี้ อาจารย์ธาดา กูรูแห่งสรรพวิชาในศาสตร์แห่งจิตร่างกายวิญญาณ จะมาไขความจริงเป็นข้อๆ ให้ได้อ่านกัน ว่าเหตุใดคนที่เข้าไปฟังครูอ้อยถึงซาบซึ่งในรสวาจากันเป็นแถบๆ

มหาคุรุธาดา กูรูแห่งสรรพวิชาในศาสตร์แห่งจิตร่างกายวิญญาณ
ในวันนี้มีคนถามมาเยอะกับประเด็นข่าวดังของครูผู้นำทางจิตคนดังคนหนึ่งที่ดารามาเข้าคอร์สเยอะมาก และดึงดูดผู้คนอยากให้มาอบรมกัน แต่การสร้างภาพไฮโซที่ไม่สมถะ และตลอดจนการมีเรื่องกับพระชื่อดังที่เคยอุปัฏฐากกันมา..
ทำให้มีประเด็นข่าวมากมายและมีหลายคนก็มาถามผม
จึงขอตอบเป็นประเด็นๆไม่อ้อมค้อม ดังนี้
1. ค่าอบรมแพงมาก เริ่ม 25,000-30,000++ แต่ดาราคนดัง ฟรี
ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เขาเป็นฆราวาสแม้เขาจะพูดแนวธรรมะเป็นการสร้างสถานภาพ แต่ก็ทำมาหากิน
คุณไม่มีเงินไม่มีตังค์ก็ไม่ต้องไปซิ และศาสตร์พวกนี้มีคนเรียนรู้มาเยอะแยะ ลองค้นหาดูเอง
2. มีคลิปวีดีโอให้ดูฟรี เรียนฟรี แต่สั้นๆเหมือนเรียกน้ำย่อย
จริงๆก็เป็นการตลาดแบบหนึ่ง และมีคนดังมายืนยันคุณภาพเป็น Testimonial
3.แล้วหลักวิชาการทางจิตวิทยาจริงๆเป็นอย่างไร?
คือเรื่อง NLP ไปสั่งจิตใต้สำนึกล้วนๆ บวกกับสอนให้คิดบวก(Positive Thinking) เพราะเขาเชื่อในทฤษฎีแม่เหล็กดึงดูด ว่า เราคิดสิ่งใดบ่อยๆสิ่งนั้นจะมาหาโดยปรับเรื่องให้เข้ากับไทยๆหน่อยที่จะมาผูกเข้ากับบุญ-บาป-ความกตัญญู ฯลฯ
สำหรับในทางทฤษฎีจิตวิทยา
ผมเขียนพอสังเขปด้านล่างครับ.
4.ในแนวทางพุทธๆ มีมั้ย?
ขอตอบพอสังเขปดังนี้
อริยสัจ4 คือ หัวใจศาสนาพุทธ ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้แจ้ง สรุปว่า เมื่อเกิดทุกข์ ก็ต้องแก้ที่เหตุของทุกข์ ผลคือความทุกข์ก็จะดับไป
โดยดำเนินไปตาม มรรค8 ต้องอาศัย อิทธิบาท4 เพื่อให้ถึงความสำเร็จ
ในขณะเดียวกันในการคิดบวก ดำเนินตาม พรหมวิหาร4 เพื่อให้ไม่มีสิ่งที่ไม่ดีย้อนกลับมา
5.แนวทางปฏิบัติอบรมจริงๆที่เขาทำล่ะ?
ใครที่เคยเข้าฟังการบรรยายจูงใจ ที่เรียกว่า Motivate ตามธุรกิจเครือข่ายMLM คงจะนึกภาพออก.. เริ่มจาก..
– การทำให้เหนื่อย ลักษณะนี้จะคล้ายวิชาธรรมอิสานแบบสอนผิดอย่างธรรมบรรลุ ฯลฯ ที่สอนแพร่หลายกันเยอะ เช่น ออกกำลังกาย พูดรัวๆ ตะโกนดังๆ ฯลฯ ในทางคลื่นสมอง คือ ทำให้เกิดคลื่นเบต้า ให้มากสุดจนเกิดความเหนื่อยจิตจะสงบลงแล้วจะโน้มน้าวแบบดราม่าๆ..ให้ลดกระแสเป็นคลื่นอัลฟ่า หรือ คลื่นธีต้า ตามความสามารถของผู้นำจูงจิต หรือ ผู้สะกดจิต นั้น.
– เมื่อบรรยากาศ อุณหภูมิแสงเสียง ชวนให้ลงสู่จิตสงบก็จะทำการสั่งจิต
โดยอาจสั่ง ให้ทุกคนคิดตาม คล้อยตาม หรือพูดตามด้วยการตะโกนดังๆอย่างมุ่งมั่น ขึ้นอยู่กับผู้ควบคุมตรงนั้น
-หลังจากนั้นก็ต้องปลุกให้ตื่นจากภวังคจิต ณ จุดนั้น
-ส่งมอบการบ้าน เช่น ทุกตื่นเช้าและทุกก่อนนอน ต้องพูดกับตัวเองหน้ากระจกบ่อยๆ เพื่อเป็นการสั่งลงไปจิตใต้สำนึก
เช่น เราเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล เราเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด เราจะได้เงินล้านภายในเดือนนี้ ฯลฯ เป็นต้น
6.แล้วทุกคนที่ผ่านการอบรม ประสบความสำเร็จแน่นอน 100% มั้ย?
ไม่เลย…เพราะในแต่ละบุคคลก็มีความแตกต่างกัน และทฤษฎีที่ใช้นี้ก็ยังไม่ได้สมบูรณ์และถึงแม้ผมจะรู้ก็ไม่สามารถเปิดเผยบอกสาธารณะได้ถือเป็นความลับของจักรวาลซึ่งคงต้องคุยเป็นบุคคลๆไป.
**สำหรับทฤษฎีต่างๆทางจิตวิทยา
ขอให้อ่านพอเข้าใจอย่างสังเขปด้านล่างนี้
ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) จิตแพทย์ชาวเวียนนา ได้ศึกษาวิเคราะห์จิต ของมนุษย์ และอธิบายว่า จิตที่ทำหน้าที่ควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์ มี 3 ลักษณะ คือ
1. จิตสำนึกหรือจิตรู้สำนึก (Conscious mind) หมายถึงภาวะจิตที่รู้ตัวอยู่ได้แก่ การแสดงพฤติกรรม เพื่อให้ สอดคล้องกับหลักแห่งความเป็นจริง
2. จิตกึ่งสำนึก (Subconscious mind) หมายถึงภาวะจิตที่ระลึกถึงได้ เพราะว่าผลมันเกิด จากการขัดแย้งกันระหว่าง พฤติกรรมภายใต้อิทธิพลจิตรู้สำนึกกับอิทธิพลของ จิตใต้สำนึกย่อมก่อให้เกิดการหลอกลวงตัวเองขึ้น ภายในบุคคล
3. จิตไร้สำนึกหรือจิตใต้สำนึก (Unconscious mind) หมายถึงภาวะจิตที่ไม่อยู่ในภาวะที่รู้ตัวระลึกถึงไม่ได้
และแรงผลักดันที่เป็นพฤติกรรมออกมาเป็นเพราะ โครงสร้างทางจิต โดย ฟรอยด์ ได้ศึกษาถึงโครงสร้างทางจิตพบว่าประกอบด้วย
1. อิด (Id) คือ ตัณหา สันดานดิบ การเอาตัวรอดพื้นฐานของสัตว์รวมทั้งมนุษย์ด้วย
2. อีโก้ (Ego) คือ พฤติกรรมที่เกิดจากความต้องการของ Id โดยอาศัยกฎเกณฑ์ ทางสังคม และหลักแห่งความจริง (Reality principle) มาช่วยในการตัดสินใจ ไม่ใช่แสดงออกตามความพอใจของตนแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องคิดแสดงออกอย่างมีเหตุผลด้วยนั่นคือบุคคลจะแสดงพฤติกรรม โดยมีเหตุและผล ที่เหมาะสมกับกาลเทศะ
3. ซุปเปอร์อีโก้ (Superego) คือ มโนธรรมหรือจิตส่วนที่ได้รับการพัฒนาจากประสบการณ์ การอบรมสั่งสอน โดยอาศัยหลักของศีลธรรมจรรยา ขนบธรรมเนียมประเพณี และค่านิยมต่าง ๆ

ดังนั้นจึงเชื่อกันว่า มนุษย์ใช้จิตใช้พลังความรู้ พลังความคิด จากสมองน้อยมาก เพราะพลังแห่งจิตเหนือสำนึก ที่ใช้มันน้อยนิดเดียว แต่จิตอื่นๆเช่น จิตใต้สำนึก นั้นสงบนิ่งเปรียบเหมือนภูเขาน้ำแข็งใต้มหาสมุทรใหญ่ เช่น ความรู้ ข้อมูลอดีต อดีตชาติถูกฝังกลบอยู่ในนี้ ต้องค่อยๆทลายน้ำแข็งใต้มหาสมุทรนี้จึงจะเอามาใช้ได้
การที่จะเอาพลังส่วนที่หลับใหลนี้ออกมา หนึ่งวิธีการนี้คือ
การสั่งจิต NLP
NLP(Neuro-Linguistic Programming) หมายถึง Neuro สมองและระบบประสาท + Linguisticหมายถึงภาษาและการตอบสนอง + Programming คือการติดตั้งหรือปลูกฝังด้วยแผนการหรือกระบวนการ ซึ่งโดยรวมๆ สั้นๆ ง่ายๆ NLP คือ การโปรแกรมด้วยภาษาจิตประสาท หมายถึงการศึกษาว่า ภาษาทางคำพูด และภาษากายหรือท่าทางต่างๆ

 

ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Thada Somsiriwan

แชร์ให้:
ให้เรทติ้ง
ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณ

Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com