a
มาเต็มๆ ดูให้เต็มจอ!
หน้าแรกคอลัมนิสต์ใบประกาศ : Acta Diuna2560 ปีสยองขวัญเลื่อนเลือกตั้ง

2560 ปีสยองขวัญเลื่อนเลือกตั้ง

2560 ปีสยองขวัญเลื่อนเลือกตั้ง

 

Road Map. ภาษาอังกฤษคำนี้แปลตรงตัวว่า แผนที่ถนน  แต่คนไทยนำมาใช้เกร่อ  ในความหมายว่ามันคือ  แผนการและห้วงเวลาที่จะดำเนินการตามที่ได้กำหนดล่วงหน้าเอาไว้  ซึ่ง  โรดแม็ปการคืนประชาธิปไตยให้คนไทยหลังจากยึดเอาไปเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557  คณะนายทหารใหญ่ของ คสช.ไม่เคยประกาศให้ชัดเจน  เพียงแต่มีการบอกแก่คณะผู้แทนของรัฐบาลและองค์กรต่างๆที่เข้าพบว่า  จะมีการเลือกตั้งใหม่ภายในเดือนกรกฎาคม 2559  และยามออกไปเยือนต่างประเทศก็บอกแก่ทุกชาติว่าเช่นนี้  และบัดนี้ปี 2559 ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีการคืนประชาธิปไตย  อาศัยโพลอ้างว่า  ประชาชนไทยพอใจมีความสุขดีอยู่แล้ว

 

ในขณะที่อีกความเป็นจริงหนึ่งในโพลสารพัดเหล่านั้น คนไทยยังพูดเหมือนเดิมมาตลอด 2 ปีกว่าแล้วว่า อยากให้รัฐบาลทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ปากท้องของชาวบ้านดีขึ้น 

 

พร้อมๆกับความเป็นจริงพ่อค้าทั้งปวงโอดโอยขายไม่ได้ คนซื้อหายไปหมด  ทั้งวันไม่มีคนเดินเข้ามาในร้านเลย

 

ด้านบรรดาเกษตรกรไม่ต้องพูดถึงเพราะเมื่อราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำก็คือ ขาดทุน ลงทุนปลูกพืชไม่ว่าจะชนิดใดก็ตาม ข้าว ข้าวโพด สับปะรด ยางพารา  และอื่นๆ  ราคาขายขาดทุนทั้งสิ้น  อยู่ไม่ได้

 

รัฐประหาร 22 พ.ค.2557  ได้สร้างหน้าประวัติศาสตร์ให้ตัวเองอีกข้อหนึ่ง  เป็นช่วงสมัยที่สื่อสารมวลชนทุกประเภทกิจการเจ๊งมากที่สุด  สื่อสิ่งพิมพ์ปิดกิจการแบบเรียงแถว  ทีวีดิจิตอลบางสำนักต้องขายให้นายทุนใหญ่  และสื่อสิ่งพิมพ์มีรอคิวจะปิดกิจการอีกมากในปี 2560  เพราะเมื่อภาวะการค้าตกต่ำย่ำแย่  โฆษณาสินค้าบริการก็เหือดหายไป  ซ้ำแรงด้วยการเปลี่ยนแปลงทางแทคโนโลยี  คนเลิกเสพสื่อบนหน้ากระดาษ  หันไปเสพจากสื่อดิจิตอล  โดยเฉพาะ  mobile  platform. เข้ายึดครองอย่างรวดเร็ว  ธุรกิจทุกอย่างกำลังจะไปอยู่บนจอมือถือ  ซึ่งสื่อออนไลน์ชื่อ  “มาต็มด็อทคอม…mahtem.com” แนวข่าวบันเทิง + social hot อย่างเต็มพิกัด ก็ได้เกิดขึ้นอย่างถูกตามช่วงสมัย

 

ความตกต่ำทางเศรษฐกิจ ทำการค้าแสนยากเข็น  เหล่านี้ผู้คนจึงเกิดความหวังว่ารัฐบาลประชาธิปไตยจะทำให้สภาพชีวิตดีกว่านี้

 

ปี 2559 ยังไม่คืนประชาธิปไตย ยังไม่มีเลือกตั้ง ยังไม่มีรัฐบาลประชาธิปไตย  คนไทยยังไม่บ่นมากนัก  แต่มันก็ท้าทายว่า  คนไทยจะทนให้ข้ามปี 2560 รึไม่

 

จึงทำให้ 2560 เป็นปีที่น่าสยองขวัญที่สุดสำหรับการเมืองการปกครองของไทย  โดยมีปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นตัวชี้ขาด

 

ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่  ตามปกติที่ผ่านมาเป็นห้วงที่ผู้คนมีความสุข แต่วันสุดท้ายของปี 2559 วันที่ 31 ธันวาคม  การเมืองไทยเกิดอาการกระเพื่อมรุนแรงเมื่อ “นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย”  รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์นักข่าวดปเนส่วนรวมถึงการทำงานของ สนช.ในปี 2560 ว่าจะต้องผ่านกฎหมายเป็นร้อยฉบับ เพื่อให้ทันการเลือกตั้งในกลางปี 2560

 

สุรชัย ไม่ได้ตั้งใจจะบอกว่า  จะเลื่อนเลือกตั้ง แต่นักข่าวกับคนทางการเมืองพากันเจี๊ยวจ๊าวทันที

โวยวายกันหนัก เพราะนักการเมือง รวมทั้งนักข่าวล้วนรู้ฮิ้นวงในอยู่แล้วว่า ปี 2560 ไม่มีเลือกตั้งชัวร์

 

ใครก็รู้  จะมีการเลื่อนเลือกตั้งออกไป  และ “พิชัย นริพทะพันธ์”  กูรูเศรษฐกิจหนึ่งเดียวในไทยที่เหลืออยู่คอยชี้ช่องให้ประชาชนไทยได้เห็นอยู่ตลอดว่า ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลผิดพลาดบกพร่องอย่างไรจึงแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจทำให้โงหัวไม่ได้  ซึ่งยังไงก็ไม่ได้ถ้าไม่คืนสู่การปกครองประชาธิปไตย  ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2559   เตือนอย่าเลื่อนเลือกตั้งนะ….

“ตามที่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลพยายามจะขายฝันว่าเศรษฐกิจปี 60 จะฟื้นและจะขยายตัวถึง 4-5% จากการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งต้องบอกว่าแทบเป็นไปไม่ได้เลย ทั้งนี้หากมองย้อนหลังตั้งแต่มีการทำรัฐประหารรัฐบาลก็พยายามจะขายฝันมาโดยตลอด ปลายปี 2557 บอกจะโต 2% ก็เหลือ 0.7% พอมาปี 2558 รัฐบาลบอกจะโต 4% ก็เหลือแค่ 2.8% และ ปี 2559 รัฐบาบลบอกจะโต 3.7%  ก็น่าจะเหลือประมาณ 3.2% เท่านั้น ดังนั้นปีหน้าที่บอกว่าจะโต 4-5% แล้วจริงๆ จะเหลือเท่าไหร่ ไม่อยากให้ประชาชนคิดว่ารัฐบาลต้องการขายฝันว่าเศรษฐกิจกำลังจะฟื้นทั้งที่จริงๆกำลังจะแย่ เพราะ การลงทุนภาคเอกชนยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้น และ การส่งออกของปีหน้าก็ยังดูไม่ดีนัก ทั้งนี้ เพื่อต้องการจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกเป็นปี 61 ตามข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้ เพราะหากเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ความมั่นใจของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศก็จะหดหายไปด้วย ซึ่งปกติก็มีเหลือน้อยอยู่แล้ว แค่ 2 ปีกว่าที่ผ่านมาก็สร้างผลกระทบต่ออนาคตประเทศอย่างมากแล้ว ทั้งนี้การที่รัฐคาดหวังว่าการใช้จ่ายภาครัฐจะช่วยผลักดันให้จีดีพีสูงขึ้นถึง 4-5 % นั้น เป็นไปได้ยากมาก เพราะการลงทุนภาครัฐมีสัดส่วนประมาณ 6% ซึ่งจะเพิ่มอีกก็ไม่ได้มากนักแถมการลงทุนภาครัฐ ผู้ได้ประโยชน์จะเป็นเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ประชาชนส่วนใหญ่จะไม่ได้ประโยชน์อีกทั้งการลงทุนบางส่วนก็จะเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศเช่น ตัวรถไฟชนิดต่างๆ และ หัวรถจักร ซึ่งจะไม่ช่วยเพิ่มจีดีพี ซึ่งหากรัฐบาลยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้เกิดการลงทุนในภาคเอกชนได้ โอกาสจะเศรษฐกิจจะขยายตัว 4-5 % ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ขนาดคณะกรรมการนโยบายการเงิน  (กนง.) ของแบงค์ชาติ ก็ได้ออกมาเตือนในทางเดียวกันว่าการใช้จ่ายภาครัฐจะมาทดแทนการลงทุนภาคเอกชนที่หดหายยากดังนั้นรัฐบาลควรจะรีบกำหนดวันเลือกตั้งที่แน่นอนในปี 2560 เพื่อให้การเมืองชัดเจนตามที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ออกมาบอก เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทิศทางการเมืองของไทยจะไปในแนวทางที่ประชาคมโลกยอมรับ โดยหวังว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะเป็นที่ยอมรับของสังคมโลกด้วยW

 

แต่คำเตือนไม่มีผล  ท่านก็เลื่อนอย่างแยบยลด้วยข้ออ้าง

ผลิตกฎหมายไม่ทัน

 

เลื่อนเลือกตั้งจริงรึ…ก็ยังไม่มีสุ้มเสียงใดจากฝ่ายคสช.  รวมทั้งนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยังไม่ได้พูดอะไรกะสื่อ

 

แต่ในช่วงหยุดยาวต้อนรับปีระกา ข่าวการเมืองในหน้าสื่อมวลชนที่ ล้วนฉายสปอร์ตไลท์ไปที่ สนช. + โหร คมช. เข้าด้วยสิ

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์นักข่าวเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2560

“ถ้าดูตามกรอบเวลาขณะนี้ คงไม่สามารถจัดเลือกตั้งได้ทันภายในปลายปี 2560 ตามโรดแม็ป  นเองจาก กรธ.ต้องส่งกฎหมายลูก 4 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งให้ สนช.พิจารณาภายใน 8 เดือน นับจากวันที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ จากนั้น สนช.จะมีเวลาพิจารณาเนื้อหากฎหมายลูกแต่ละฉบับ 2 เดือน เมื่อพิจารณากฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับเสร็จแล้ว ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน ถ้าดูตามกรอบเวลาดังกล่าวน่าจะใช้เวลาประมาณ 15 เดือน คาดว่าช่วงเวลาที่สามารถจัดเลือกตั้งได้น่าจะอยู่ประมาณเดือน มี.ค.-เม.ย.2561 ซึ่งไม่ถือว่าเป็นการเลื่อนโรดแม็ปเลือกตั้ง ทุกอย่างยังเป็นไปตามกรอบเวลาและกติกาที่กำหนดไว้ จึงถือว่ากรอบเวลาการเลือกตั้งยังอยู่ในโรดแม็ป ยืนยันว่าถึงอย่างไรต้องมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน”

 

คนไทยยังจำได้อยู่นะ  ขณะนี้รัฐธรรมนูญของ “ปู่มีชัย ฤชุพันธุ์” ยังไม่ได้ประกาศใช้

 

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. ให้สัมภาษณ์นักข่าว 1 ม.ค.2560

“คำพูดของนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ที่ระบุว่าการเลือกตั้งอาจเกิดขึ้นช่วงกลางปี 2561 เป็นประเด็นที่มีน้ำหนัก ถ้าเทียบกรอบเวลาการพิจารณากฎหมายลูกตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ถ้าคำนวณตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้สูงสุด ต้องใช้เวลาอีก 15 เดือนจึงจะจัดการเลือกตั้งได้ ช่วงเวลาเลือกตั้งจึงตกอยู่ประมาณกลางปีหรือเกือบกลางปี 2561 ตามที่นายสุรชัยระบุไว้ ไม่ใช่รัฐบาล หรือ สนช.มีเจตนาเลื่อนการเลือกตั้ง แต่ทุกอย่างเป็นไปตามเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้ในกฎหมาย อย่างไรก็ตามการคำนวณดังกล่าวเป็นการคิดตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้สูงสุด หาก กรธ.เร่งพิจารณากฎหมายลูก และส่งมาให้ สนช. ได้ก่อน 8 เดือน อาจร่นเวลาการเลือกตั้งให้เร็วขึ้นได้”

 

แล้วเมื่อเกิดเหตุการณ์ สนช.บวกแรงกับ “โหรคมช.”  ก็คงไม่ต้องวิเคราะห์แล้วว่า เลือกตั้งเลื่อนไปปี 2561 รึไม่

 

“เหตุการณ์บ้านเมืองในปี 60 ในศาสตร์ทุกอย่างยังเป็นไปตามโรดแม็ป แต่อาจจำเป็นต้องเลื่อนการเลือกตั้งไปปี 61 แต่เลื่อนไปไม่มาก เป็นไปตามที่ สนช.บอก เป็นการขยับไปตามความเหมาะสม ปีที่ผ่านมาเกิดการสูญเสียที่เราไม่คาดคิด ส่งผลให้มีการขยับเวลาออกไปตามความจำเป็น ไม่ได้เลื่อนเพราะเหตุทางการเมือง เวลานี้ประชาชนมีความสุขยอมรับการบริหารงานรัฐบาลที่กำลังขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ดูจากผลโพลน่าจะพิสูจน์ได้ ประชาชนมีความสุขมากกว่าที่ผ่านมา ถ้าจะวุ่นวายจริงน่าจะมาจากกลุ่มนักการเมืองมากกว่า พูดตรงๆคือกลุ่มที่เคยมีผลประโยชน์ในอดีต ออกมาโวยวายกลัวตัวเองเสียผลประโยชน์ โดยไม่ได้มองบ้านเมืองเป็นหลัก เลยออกมาสร้างความวุ่นวาย ไม่ต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบ การตัดสินคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะเกิดขึ้นในปี 60 จะไม่ส่งผลให้เกิดความวุ่นวาย กฎหมายคือกฎหมาย ทุกคนต้องยอมรับ ไม่อย่างนั้นกฎหมายบ้านเมืองก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ถ้ามาอ้างเหตุถ้าไม่เคารพกฎหมาย จะอยู่กันได้อย่างไร อยากขอร้องกลุ่มนักการเมืองอย่าออกมา ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะออกมาก่อความวุ่นวายหรือจุดประเด็น มันไม่ถูกต้อง ควรให้รัฐบาลดำเนินการไปจนถึงมีการเลือกตั้ง แล้วผลเลือกตั้งออกมาอย่างไรค่อยว่ากันดีกว่า  การปรับ ครม.อีกครั้งก่อนจะเลือกตั้งนั้น ยังยืนยันหนักแน่นว่าต้องมี ในส่วนของผู้ที่ไม่ทำงานไม่เข้าเป้า หรือมีเหตุ ปัจจัยให้ต้องปรับ ก็จะถูกปรับออก”

 

นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหร คมช. ให้สัมภาษณ์นักข่าว 1 ม.ค.2560

 

ก็ชัวร์ว่า 2560 ไม่มีเลือกตั้งใหม่ ไม่มีความวุ่นวายทางการเมือง  เพราะมีมาตรา 44 กดไว้อยู่  แต่สำหรับบรรดาผู้ทำธุรกิจที่รอคอยอยู่ว่ารัฐบาลเลือกตั้งจะฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจทุกสิ่งทุกอย่างได้  ก็ต้องอยู่กับภาวะสยองขวัญต่ออีกปี

 

นายหมัดหนัก

2 มกราคม 2560

 

…………………………………………………………………………………………………………

 

 

 

 

แชร์ให้:
ให้เรทติ้ง
ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณ

Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com