a
มาเต็มๆ ดูให้เต็มจอ!
หน้าแรกคอลัมนิสต์หมุดหายกับเศรษฐกิจแย่…โยงกันไม่ได้หรอก  – ทำตาม 5 ข้อของ “พิชัย นริพทะพันธุ์” แล้วจะดี

หมุดหายกับเศรษฐกิจแย่…โยงกันไม่ได้หรอก  – ทำตาม 5 ข้อของ “พิชัย นริพทะพันธุ์” แล้วจะดี

หมุดหายกับเศรษฐกิจแย่…โยงกันไม่ได้หรอก  – ทำตาม 5 ข้อของ “พิชัย นริพทะพันธุ์” แล้วจะดี

…………………………………………………………………………………………………………………

 

“ไม่อยากให้มีการประท้วงยาวนานจนวุ่นวายไปหมด   แล้วจะทำอะไรกันได้  ทุกคนยิ่งห่วงและระบุว่าเศรษฐกิจมันแย่   ยิ่งถ้ามีการประท้วงกันอีกแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้นได้อย่างไร”

 

อ่านแล้วก็มีความสุขทางใจ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีของเราชาวไทยทั้งประเทศ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวคำว่า “ทุกคนยิ่งห่วงและระบุว่าเศรษฐกิจมันแย่ “ ออกมา เมื่อคำนี้หลุดจากปากก็ขอหมายความว่า ทุกคนที่พูดที่บอกว่าเศรษฐกิจประเทศไทยย่ำแย่ท่านผู้นำรัฐบาลก็ได้ยินแล้ว

พลเอกประยุทธ์ พูดยาวมากในการแถลงข่าวแก่นักข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันอังคาร 17 เมษายน 2560 ความข้างต้นอยู่ในประเด็นท่านหัวหน้ารัฐบาลขอร้องคนไทยทุกกลุ่มอย่าเคลื่อนไหวให้มากนัก  ในกรณีที่ “หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ”  ที่ พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา”  นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นฝังมันไว้บนลานพระบรมรูปทรงม้า  เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2479 หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว 4 ปี ฝังมันลง ณ จุดที่ท่านยืนอ่านประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อเวลาย่ำรุ่ง 24 มิถุนายน 2475

 

หมุดอันนี้เมื่อมันหายไปสื่อมวลชนเรียกมันว่า หมุดคณะราษฎร  ซึ่งไม่ถูกต้อง  จะต้องเรียกว่า หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ  เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกติกาสุดของชาติบ้านเมืองไทย  ที่ยังปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยกันอยู่

 

ประเด็นที่กำลังเขียนอยู่นี้  ไม่ได้ว่าด้วย  หมุดที่หายไป ใครเอาไป ใครทำหมุดใหม่ที่เรียกกันว่า “หมุดหน้าใส”มาใส่แทนที่  ลงมือเมื่อช่วงต้นเมษายน 2560  คาดกันว่าน่าจะเป็นวันที่ 6-8   ซึ่งก็อยู่ในห้วงเวลาประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2560 เมื่อวันที่ 6 เมษายน…ถือว่าเป็นการเปลี่ยนหมุดอย่างสุดคลาสสิก  ผู้สั่งการให้ขุดออกทำใหม่มาใส่  เป็นผู้มีความสุนทรีรมย์ทางการเมืองอย่างละเมียดละไม

 

ประเด็นวันนี้…เศรษฐกิจแย่…

 

จับประเด็นมาเขียนเพื่อกราบเรียนแก่หัวหน้ารัฐบาลไทยชุดปัจจุบันว่า  ไม่มีกรณีหมุดหาย  ไม่มีการประท้วงวุ่นวาย  เศรษฐกิจประเทศไทยก็ดีขึ้นยาก

 

ระบอบการปกครองเผด็จการทหาร  เป็นของแสลงสำหรับความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ 

มันได้เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทยหลายยุคหลายสมัย  อย่างซ้ำซาก

 

ท่านพลเอกประยุทธ์เองก็รู้ประวัติศาสตร์หน้าระบอบการปกครองเผด็จการทหารเป็นอย่างดี ทหารรุ่นพี่ของท่าน “ทุกขุนศึกพ่ายศึกเศรษฐกิจ”

 

พลเอกประยุทธ์ก็รู้  รัฐบาลของท่านใช้เงินไปแล้วเท่าไหร่  กี่แสนล้านบาท ทุ่มเข้าไปด้วยหวังจะให้เศรษฐกิจกระดี๊กระด๊า  แล้วมันด๊าด้วยมั่งไหม  ไม่เลยใช่มั๊ย

 

การอัดฉีดเงินเข้าระบบเป็นสิ่งที่ถูกต้อง  มันถูกต้องเฉพาะในยามที่ชาติบ้านเมืองปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นแหละ  ระบอบเผด็จการทหารเอาวิธีการประชาธิปไตยมาใช้ก็หงายเงิบ

 

รัฐขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยรัฐฝ่ายเดียวไม่ได้หรอก  เพราะรัฐเล็กนิดเดียว  ในขณะะที่ระบอบเศรษฐกิจไทยทั้งองคาพยพมันใหญ่โตมโหฬารมาก  และยังพันพัวนัวเนียกับต่างประเทศ  ไทยต้องพึ่งพาส่งออกนักลงทุนจึงจะมีกำไร  ดังนั้น ไม่ว่ารัฐบาลอัดเงินเข้าไปเท่าไหร่ เอกชนก็นิ่ง  ประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษก็นิ่ง  ลดอัตราภาษีให้มหาศาลก็นิ่ง

 

คนมีเงินเหมือนกันหมดทั้งโลก  คือ เชื่อมั่นในกฎกติกาที่แน่นอน  โปร่งใส  มีธรรมาภิบาล  คนมีเงินทั้งโลกรู้ทะลุปรุโปร่งว่าระบอบการปกครองเผด็จการคือ  “ความไม่แน่นอน  ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผู้มีอำนาจ” จะเปลี่ยนแปลงอะไรก็เกิดขึ้นได้ทุกวินาที  ด้วยเหตุนี้คนไทยที่มีเงินทุกคนจึงหยุดลงทุนเพิ่ม  ทำแค่รักษาธุรกิจเอาไว้ให้รอดเพื่อรอประเทศชาติคืนสู้การปกครองประชาธิปไตย

 

ในขณะที่คนมีเงินต่างชาติถอยออกห่าง  ไปเฝ้ามองด้วยความเวทนาเสียดายที่ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทยที่เป็นเบอร์ 1 ของ 10 ชาติอาเซียน กลายเป็นชาติที่มีอัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำที่สุด…ต่ำรวดเร็วมาก มันหายไปหมดตั้งแต่วินาทีแรกของวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

 

เป็นเพราะความด้อยฝีมือของทีมเศรษฐกิจรึ

 

คอการเมืองหลายอาจจะตื่นตะลึง 16 เมษายน 2560   พล.ร.อ.พะจุณณ์  ตามประทีป แถลงข่าวออกมา เรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์เปลี่ยนทีมเศรษฐกิจเพราะเศรษฐกิจแย่

 

คอการเมืองตื่นตะลึงสิ  มโนกันไปใหญ่  เป็นรังสีที่แผ่มาจากบ้านสี่เสารึไม่  ซึ่งพลเอกประยุทธ์ดับมันแล้วอย่างไว แค่รุ่งขึ้น 17 เมษายน พลเอกประยุทธ์แถลงข่าว…ไม่เปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ

 

ไม่เปลี่ยนก็ไม่เป็นไรหรอก  เพราะถึงเปลี่ยนก็ทำอะไรให้ดีขึ้นได้ยาก  เพราะต้นตออยู่ที่  “ประเทศไทยยังไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย”  ซึ่ง  “พิชัย  นริพทะพันธุ์”  แถลงข่าวบอกมาตลอดว่า  คืนประชาธิปไตยสิแล้วทุกอย่างจะดี

 

จุดยืนและแนวทางอันมั่นคงของพิชัย  หนุนส่งให้นักการเมืองคนนี้เจิดจ้าในสายตาประชาชน  สปอร์ตไลท์การเมืองฉายจับ  ทุกข่าวของพิชัยสื่อลงกันลึ่ม  ก็หมายความว่าสื่อยอมรับในสิ่งที่พิชัยเสนอออกมา  เพราะสื่อทุกสำนักล้วนเจอพิษเศรษฐกิจย่ำแย่เท่าเทียมกัน  เป็นยุคที่สื่อเจ๊งมากที่สุด

 

มีคนไทยหลายคนรอคอยและคาดหวังว่า  ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว  จะดีขึ้น แต่ประกาศแล้ว 6 เมษายน 2560  ไม่มีอะไรผงกหัวรับเลย  โดยเฉพาะกระแสจากต่างประเทศ  เพราะต่างชาติเขาก็รู้ประเทศไทยเวลานี้เหมือนมีรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ  มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ยังอยู่  ยังจะใช้ไปจนกว่ามีรัฐบาลใหม่เข้ามารับหน้าที่

 

นักลงทุนต่างชาติขยับออกห่างยิ่งขึ้น

 

หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญหายไป  จะเอามาโยงกับเศรษฐกิจแย่ไม่ได้หรอก  จะมาบอกว่าถ้ามีการประท้วงแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้นได้อย่างไร ก็เป็นการยกเหตุผลที่ไม่สอดคล้อง

ระบอบการปกครองเผด็จการทหารต่างหากที่เป็นของแสลงสำหรับความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ

 

อีกแล้วนะ  แม้พิชัยจะยื่นเสนอแนวทางมากมายให้หัวหน้ารัฐบาลนำไปปฏิบัติเพื่อไม่ให้ภาวะเศรษฐกิจไทยตกต่ำย่ำแย่ลงไปอีก    แม้ไม่มีการนำไปปฏิบัติ  พิชัยก็ไม่ท้อ

 

 

16 เมษายน 2560  พิชัยเสนอตรงต่อพลเอกประยุทธ์อีก 5 ข้อ แถมด้วยคำที่เจ็บมาก…รัฐบาลกำลังอยู่ในช่วงขาลงอย่างรวดเร็ว

พิชัยเสนอไว้ว่า

หลังจากที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว รัฐบาลควรจะต้องเตรียมการไปสู่การเลือกตั้ง การดำเนินการปัจจุบันน่าจะเป็นการรองรับรัฐบาลจากประชาชนเลือกที่จะเข้ามาทำงาน ดังนั้นจึงอยากเสนอให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการ 5 เรื่องดังนี้

1) เปิดให้มีเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ รวมถึงเปิดให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ การเปิดให้มีเสรีภาพและการสร้างบรรยากาศของประเทศให้เข้าสู่ภาวะปกติ จะช่วยให้ภาพพจน์ของประเทศในสายตานักลงทุนต่างประเทศดีขึ้น

2) กำหนดวันเลือกตั้งที่แน่นอน ซึ่งเชื่อว่า สนช. กรธ. จะสามารถเร่งทำงานให้ตรงกับกำหนดการได้ หากตั้งใจจริง เพื่อนักลงทุนจะได้วางแผนในการลงทุนได้ถูกต้อง ทั้งที่จะต้องไม่เลื่อนไปเลื่อนมาเหมือนที่ผ่านมาอีก เพราะทำให้ความเชื่อมั่นได้ลดลงมากและการลงทุนหายไป

3) งดใช้อำนาจ ม. 44 เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต อีกทั้งนำทุกคำสั่ง ม 44 และ คำสั่ง คสช. กลับมาพิจารณา เพื่อยกเลิกหากเห็นว่าไม่จำเป็นหรือไม่มีประโยชน์อีกต่อไปแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่รัฐบาลจากการเลือกตั้งในอนาคตที่ต้องออกกฎหมายมาแก้ไข และเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคของรัฐบาลใหม่ในการบริหารประเทศในอนาคต

4) ให้ข้าราชการเตรียมความพร้อมในการเจรจาเขตการค้าเสรีกับประเทศต่างๆ โดยดูว่ามีประเด็นใดบ้างที่ยังสรุปไม่ได้ ซึ่งหลังจากรัฐบาลจากการเลือกตั้งเข้ามาแล้ว สามารถตัดสินใจสุดท้ายและพร้อมเซ็นสัญญาได้ทันที เพื่อฟื้นความมั่นใจของนักลงทุนโดยเร็วเพื่อเร่งฟื้นเศรษฐกิจ

5) เร่งทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่ออนาคตของประเทศที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งปกติทำได้ยาก เพราะที่ผ่านมาไม่เห็นทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันที่เป็นประโยชน์หรือยังไม่เห็นผลงานของรัฐบาลนี้เลย แต่หากเรื่องใดไม่มั่นใจหรือยังศึกษาไม่ดีพอก็ควรรอรัฐบาลที่จะมาจากการเลือกตั้งเข้ามาตัดสินใจ มิเช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่ารัฐบาลกำลังอยู่ในช่วงขาลงอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่เรื่อง รัฐบาลถังแตก โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 8% บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ อาลีบาบาเลือกมาเลเซีย ถึงกระทั่งห้ามประชาชนนั่งหลังรถกระบะ  ซึ่งรัฐบาลต้องถอยแทบทุกเรื่อง ดังนั้นโอกาสที่จะทำอะไรได้อีกจึงมีน้อย น่าจะต้องรีบ ปรับ ครม. และ เร่งให้มีรัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้งเข้ามาทำงานโดยเร็ว ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วไม่เชื่อว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีสติปัญญาน้อยตามที่ท่านเองออกตัว แต่ท่านอาจจะขาดความรู้และประสบการณ์ในหลายด้านโดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งท่านควรจะต้องเปิดใจรับฟังความเห็นรอบด้านเพื่อนำมาพัฒนากรอบคิด หากรับฟังแต่แรกเศรษฐกิจก็คงจะไม่ย่ำแย่เหมือนในปัจจุบัน อีกทั้งโลกปัจจุบันต้องแข่งขันกันด้วยความฉลาดรอบรู้และวิสัยทัศน์ของผู้นำที่จะต้องนำพาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป

 

พิชัยเสนอได้ดีมาก

ก็ต้องจบข้อเขียนนี้ที่คำถามเดิม…จะทำเป็นรึ

 

นายหมัดหนัก

 

………………………………………………………………………………………

matemnews.com  20 เมษายน 2560

 

 

 

 

แชร์ให้:
ให้เรทติ้ง
ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณ

Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com