a
มาเต็มๆ ดูให้เต็มจอ!
หน้าแรกคอลัมนิสต์เห็นแววนายกรัฐมนตรีคนใหม่…?

เห็นแววนายกรัฐมนตรีคนใหม่…?

เห็นแววนายกรัฐมนตรีคนใหม่…?

 

 หัวกระไดไม่แห้ง

สำนวนไทยคำนี้เด็กรุ่นใหม่คงมีน้อยคนที่เข้าใจความหมาย  ซึ่งเป็นความหมายที่ดีมาก  ดังนั้นเพื่อความแม่นยำ  จึงไปลอกคำอธิบายความหมายมาจากเว็บไซต์  http://www.royin.go.th/  ของ  สำนักงานราชบัณฑิตยสภา  อธิบายไว้ว่า

 

หัวกระไดไม่แห้ง เป็นสำนวน มีความหมายว่า มีแขกมาเยี่ยมอยู่เสมอ ๆ

ในสมัยโบราณนิยมวางตุ่มน้ำไว้ข้างบันไดเรือน สำหรับใช้ล้างเท้าก่อนขึ้นเรือน  เมื่อมีแขกมาเยี่ยมมาก ๆ น้ำที่ติดเท้าแขกขึ้นไปทำให้มีรอยเปียกไปถึงหัวกระได หรือหัวบันได จึงใช้เป็นสำนวนว่า หัวกระไดไม่แห้ง หรือบางคนก็พูดว่า หัวบันไดไม่แห้ง

สำนวนนี้นิยมใช้ในภาษาพูด มักใช้ในกรณีที่เจ้าของบ้านมีลูกสาวสวยหรือหลานสาวสวย จนเป็นเหตุให้มีชายหนุ่มมาหมายปองและมาเยี่ยมเยียนอยู่ตลอดเวลา เช่น มีลูกสาวสวยอย่างนี้ แขกก็เลยมาเยี่ยมเยียนหัวกระไดไม่แห้งน่ะสิ. หรืออาจใช้ในกรณีที่เจ้าของบ้านเป็นผู้มีอำนาจวาสนา มีผู้มาขอพบอยู่เสมอ ๆ เช่น ตั้งแต่ได้เป็นใหญ่เป็นโตก็มีผู้มาขอพบจนหัวกระไดไม่แห้งเลย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน  พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

 

ทีนี้ “พิชัย  นริพทะพันธุ์”  อดีตรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ไม่มีลูกสาว  มีแต่ลูกชาย 3 คน  จะเข้าข่ายสำนวนไทยบทนี้ได้มั๊ย … ก็ไม่ได้

 

แต่มันก็มีอีกความหวายหนึ่งนะ  … หรืออาจใช้ในกรณีที่เจ้าของบ้านเป็นผู้มีอำนาจวาสนา มีผู้มาขอพบอยู่เสมอ ๆ เช่น ตั้งแต่ได้เป็นใหญ่เป็นโตก็มีผู้มาขอพบจนหัวกระไดไม่แห้งเลย.

 

ตอนนี้พิชัยเป็นใหญ่เป็นโตรึ  ก็เปล่าดอก  เพราะขณะนี้ชาติบ้านเมืองของเราไม่ได้ปกครองในระบอบประชาธิปไตย  ในขณะที่พิชัยเป็นนักการเมือในระบอบประชาธิปไตยก็ยังไม่ใช่คนใหญ่คนโต  หรือได้เป็นใหญ่เป็นโตแล้ว…แต่มันก็มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากจากคนชื่อพิชัย จึงสงสัยว่าตอนนี้เอาสำนวนไทย “หัวกระไดไม่แห้ง” มาใช้กับพิชัยได้มั๊ย…ก็น่าจะได้อยู่นะ

 

เผด็จการทหารเป็นของแสลงสำหรับความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ   เพราะชาติศิวิไลซ์ที่ใช้ระบบประชาธิปไตยปกครอง  เขามีความชัดเจนกันมานานแล้วว่า ระบอบการปกครองเผด็จการขาดความมั่นคง  ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ความพอใจของผู้ครองอำนาจ  และการมีอำนาจคนเดียวมันผิดพลาดได้ง่าย  พวกชาติประชาธิปไตยจึงไม่คบไม่ค้าด้วยในทุกกรณี  อันเป็นมาตรการปราบเผด็จการทหารที่ได้ผลมาตลอด  เผด็จการทหารพม่าแข็งแกร่งอยู่ 50 กว่าปีก็พ่ายแพ้ให้ศึกเศรษฐกิจ

 

ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน  ได้มีการนำวิธีการของประชานิยมมากมายมาใช้  แต่วืดหมด  มีการให้แรงจูงใจหลายอย่างให้ลงทุน   มาตรการในด้านภาษี  เขตเศรษฐกิจพิเศษ  ตั้งกองทุนต่างๆ  แต่บรรดามหาเศรษฐีไทยไม่ขานรับเลย  ทำให้การลงทุนในไทยหายไปเรื่อยๆจนเหลือน้อยเต็มทีแล้ว  ซึ่ง “บรรยง พงษ์พิช”  คนที่เคยเป็นซูเปอร์บอร์ดให้รัฐบาล ได้เขียนในเฟชบุ้คแฉได้เจ็บปวดมาก  ซึ่งการลงทุนหายเพราะอะไรว่าไปแล้ว  “พิชัย นริพทะพันธุ์” พูดมาตลอด  บอกประชาชนเรื่อยมา  กลายเป็นการพูดไม่เข้าหู  ไม่ถูกใจ ตีจุดอ่อน ทำให้ผู้มีอำนาจกริ้วมาก มาเอาตัวพิชัยปรับทัศนคติ  ครั้งล่าสุดกักตัวไว้ 7 วัน 7 คืน  แล้วยังไม่มีการเชิญอีก  เพราะ สหประชาชาติ เคลื่อนไหวแรงมากในสิ่งที่กระทำต่อพิชัย

 

พิชัย กลายเป็นที่รู้จักของชาวโลกประชาธิปไตย และในไทยก็เป็นนักการเมืองที่โดดเด่นมาก เพราะสามารถพูดเรื่องราวทางเศรษฐกิจได้แหลมคมที่สุด พูดอยู่คนเดียว  โดยพิชัยใช้วิธีง่ายๆ “พูดความจริง”  และมันเป็นความจริงที่ชาวบ้านรู้อยู่แล้ว  เพราะชาวบ้านเขาเจอเองทุกวัน  พิชัยจึงกลายเป็นขวัญใจคนไทยผู้ยากจน และเป็นขวัญใจนักข่าวด้วย  ทุกข่าวที่พิชัยแถลงออกมาสื่อลงกันลึ่ม  เพราะนักข่าวก็โดนภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่เล่นงานเช่นเดียวกับชาวบ้าน

 

ยิ่งเศรษฐกิจย่ำแย่  ยิ่งชัดเจนว่ายังไงก็ทำให้ดีขึ้นไม่ได้ถ้าตราบใดยังปกครองด้วบระบอบเผด็จการ  นั่นก็ยิ่งจะทำให้ “พรรคเพื่อไทย” ที่พิชัยสังกัดอยู่ง่ายมากในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งครั้งใหม่

 

มันมีแนวโน้มว่า พรรคเพื่อไทยจะชูการฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นหัวข้อหลักในการหาเสียง

 

คงไม่ชูประเด็นแก้ไขการเมืองแน่นอน   เพราะการเมืองเป็นเรื่องที่คนไทยเบื่อหน่ายมาก  ยามนี้คนไทยต้องการอย่างเดียวคือ ใครคนนั้น  ให้มาฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ลืมตาอ้าปากได้อย่างรวดเร็ว

 

พรรคเพื่อไทยจะชูพิชัยรึไม่…?

 

“นักการทูต” ของประเทศต่างๆที่ถูกส่งออกไปทำงานในต่างประเทศ  อยู่ประจำสถานทูตของแต่ละชาติ  ล้วนเป็นคนเกรดเอ  ที่ถูกคัดเลือกมา  นักการทูตเหล่านี้มีความไวในกระแส และมีการกรองข่าวได้อย่างแม่นยำ  ไม่รู้เขามีวิธีการอย่างไร จึงสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ของชาตินั้นๆได้แม่นมาก และรู้ก่อนว่าอะไรจะเกิดขึ้น  โดยเฉพาะ ใครคือคนที่จะได้เป็นผู้นำรัฐบาลชุดใหม่

ฮ็อตมากเลยนะพิชัย  นอกจากข่าวจะได้ลงในสื่อหลายสำนักลึ่มแล้ว  เมื่อสัปดาห์ก่อนยังมีปรากฏการณ์ที่น่าวิเคราะห์เกิดขึ้นกับพิชัยอย่างมีนัยยะสำคัญ

 

มีคนโวยวายในปรากฏการณ์ที่ว่า สปท.จะเสนอให้ใช้อำนาจมาตรา 44 ออกกฎหมาย 36 ฉบับเพื่อการปฏิรูป  บางคนโวยว่า  เท่ากับไม่ฟังเสียงประชาชนเลย  ใช้อำนาจอย่างเดียว  พูดอย่างนี้ก็ไม่ถูกนะ  เพราะไม่ว่าจะออกกฎหมายในกระบวนการใดประชาชนไทยก็มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นน้อยอยู่แล้ว  ก็ทำไมผู้โวยวายทั้งหลายไม่มองอีกมุมล่ะว่า  เร่งกฎหมายเพื่อการปฏิรูปให้เสร็จๆ   เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว  ภายในปี 2560 นี้ใช่รึไม่  เพราะลากไปถึงกลางปี 2561 ไม่ได้แล้ว

 

เลือกตั้งใหม่ในปลายปี 2560 จะงดงามและสง่างามกว่ามาก

ถ้าเลือกตั้งในปลายปี 2560 จริงตามที่มีข่าวฮิ้นออกมาแล้วหลายวัน ก็จะนำมาซึ่งความชื่นชมยินดีของชาวชาติศิวิไลซ์ทั้งปวงทั่วโลก   ซึ่งทุกชาติพร้อมที่จะเข้ามาช่วยกันอุ้มประเทศไทยให้ฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วอยู่แล้ว

 

อะไรเกิดขึ้นกับ “พิชัย นริพทะพันธ์”

16 พ.ค.2560 ดร.ยูจิ มิซูคามิ เลขาโทสถานทูตญี่ปุ่น กับ  คุณมิกุ ทาเกกูชิ นักวิจัยเศรษฐกิจแผนกเศรษฐกิจ สถานทูตญี่ปุ่น  ประจำประเทศไทย  เชิญพิชัยกินข้าวเที่ยงและคุย  ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล  สี่แยกราชประสงค์  บางกอก

 

18 พ.ค.2560 นายแมททิว เจ. เฮย์ ผู้อำนวยการ อินเตอร์เนชั่นแนล รีพับริกัน อินสติติวท์ (สถาบันพรรครีพับรีกันสากล สหรัฐอเมริกา)  เชิญกินข้าวเที่ยวและคุย ที่โรงแรมเดียวกัน

 

 

2 เหตุการณ์นี้พอจะใช้สำนวนไทย หัวกระไดไม่แห้งเลยนะพิชัย…ได้มั๊ย  ขอให้คนไทยช่วยตัดสินให้ด้วย

 

ญี่ปุ่น  เป็นประเทศค้าขาย เป็นประเทศที่เอาเงินมาลงทุนในประเทศไทยมากที่สุด  แต่นับแต่ 22 พ.ค.2557  ก็หยุดไปเพราะความไม่เป็นประชาธิปไตย และญี่ปุ่นไม่ได้ไปไหน ยังคงรออยู่  แล้วคนจากสถานทูตญี่ปุ่นมาคุยกับพิชัยเพื่ออะไร  น่าคิดมาก  เพราะยอมให้มีการถ่ายรูปเผยแพร่เป็นข่าวด้วย  ก็น่าจะแสดงว่าเขาตั้งใจ  และเรื่องราวที่พิชัยบอกนักข่าวก็คือ

 

ได้พูดคุยถึงแนวทางทางเศรษฐกิจในอนาคต และพยายามให้ข้อมูลอย่างเต็มที่เพื่อหวังว่านักลงทุนจากญี่ปุ่นจะกลับมาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นหลังจากการเลือกตั้ง

พิชัยทำงานเพื่อประเทศไทยอยู่รึ

 

“นายหมัดหนัก” มโนเอาเองว่า  คนจากสถานทูตญี่ปุ่นจะต้องพูดถึงเศรษฐกิจไทยอย่างละเอียดลึกซึ้งมากกว่าที่พิชัยให้ข่าว

ทำไมคนสถานทูตญี่ปุ่นมาคุยกับพิชัย  หรือเพราะว่า  ญี่ปุ่นได้ฮิ้นว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่เร็วขึ้น จึงเข้าถึงตัวพิชัยไว้ก่อน  เพราะเขามีฮิ้นอะไรพิเศษหรืออย่างไรว่า พิชัยจะเป็นคนสำคัญในการกอบกู้เศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้งใหม่  เมื่อพรรคเพื่อไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ

 

เช่นเดียวกัน นายแมททิว เจ. เฮย์ ผู้อำนวยการ อินเตอร์เนชั่นแนล รีพับริกัน อินสติติวท์ (สถาบันพรรครีพับรีกันสากล สหรัฐอเมริกา)  ก็เจาะจงมาคุยกับพิชัย  จึงควรจะมีคำถามว่า ในทางการเมืองระหว่างประเทศ  พิชัยก็หัวกระไดไม่แห้ง   ด้วยรึ

 

ถามว่า

1.พิชัย  นริพทะพันธุ์ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งใหม่รึไม่   ก็ต้องตอบว่า  พรรคเพื่อไทยจะชูพิชัยให้เป็นมั๊ย

2. ตามรัฐธรรมนูญใหม่  ส.ว.แต่งตั้งมีตุนไว้แล้ว 250 คน ไปกวาดต้อน ส.ส.มาให้ได้แค่ 125 คนก็เป็นรัฐบาลต่อท่ออำนาจได้แล้ว ดังนั้น พรรคการเมืองที่พิชัยสังกัดอยู่จะต้องชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายได้ ส.ส.เข้ามามากกว่า 375 คนจึงจะได้เป็นรัฐบาล…ชนะได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคนไทยผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งแล้วล่ะ

 

 

นายหมัดหนัก

Matemnews.com  20 พฤษภาคม 2560

 

 

 

 

แชร์ให้:
ให้เรทติ้ง
ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นของคุณ

Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com